วิธีการรักษาแบบ DST

DST คือ

DST (Discseel™ treatment)

DST (Discseel Treatment)ได้รับการวิจัยตั้งแต่ปี 2010 โดยทีม Dr.Kevin Pauza แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกสันหลังของสหรัฐอเมริกา (รัฐเท็กซัส) เป็นศูนย์กลางในการทำวิจัย DST เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ที่ใช้รักษาโรคทางกระดูกสันหลังและเริ่มนำมารักษากับคนไข้จริง จนถึงปีปัจจุบัน 2018 นี้ได้ทำการรักษามาแล้วประมาณ 2,000 ราย ผลการรักษานั้นได้ถูกเขียนไว้ในบทความจำนวนมาก ในปี 2003 พวกเขาได้รับรางวัลจากการคัดเลือกบทความโดย American Academy of Orthopaedic Surgeons DST มีลักษณะเด่นสามประการที่การรักษาแบบผ่าตัด ( การผ่าตัดหมอนรองกระดูกด้วยการส่องกล้อง การลดแรงดัน การเชื่อมข้อกระดูก )ไม่มี ดังต่อไปนี้

  • 1

    สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกสันหลังได้ ซึ่งวิธีการผ่าตัดและการปลูกถ่ายเซลล์ไม่สามารถทำได้

  • 2

    สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวหลังการรักษาเสร็จสิ้นเพราะการรักษาใช้เพียงแค่เข็มฉีดยาและยาชาเฉพาะที่เท่านั้น

  • 3

    สามารถรักษาผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้นและผู้ที่มีอาการกลับมาเป็นซ้ำอีกได้

คลินิกรักษาอาการปวดหลังนานาชาติ ILC มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับการรักษากับคนไข้จริงร่วมกับ Dr. Kevin Pauza ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนวิธีการรักษาแบบ DST นี้ รวมถึงการวิจัยร่วมกันและได้เปิดดำเนินการรักษาด้วยวิธี DST มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2018 จากความร่วมมือของ Dr. Kevin Pauza ปัจจุบันคลินิกรักษาอาการปวดหลังนานาชาติ ILC เป็นสถาบันการแพทย์เดียวในประเทศญี่ปุ่นที่สามารถดำเนินการรักษาแบบ DST ได้

เงื่อนไขโรคที่สามารถรักษาได้

  • โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
  • โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม
  • โรคกระดูกสันหลังเอวเคลื่อน
  • โรคกระดูกสันหลังแตกหักและเคลื่อน
  • โรคกระดูกสันหลังแตกหัก
  • โรคภาวะกระดูกสันหลังส่วนเอวไม่มั่นคง
  • โรคกระดูกสันหลังส่วนเอวคด

กลุ่มคนที่มีปัญหาเหล่านี้

  • 1

    ผู้ที่ทรมานจากอาการปวดหลังส่วนล่าง เช่น โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ อาการปวดสะโพกร้าวลงขา โรคกระดูกสันหลังเอวเคลื่อน เป็นต้น

  • 2

    ผู้ที่หมอนรองกระดูกสันหลังสูญเสียมวลน้ำและยุบตัว

  • 3

    ผู้ที่ทรมานจากอาการปวดหลังส่วนล่างอันมีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ

  • 4

    ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด MED (การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป) ผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังและผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม

  • 5

    ผู้ที่เคยผ่าตัด MED (การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป) และผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำอีก

  • 6

    ผู้ที่ไม่ต้องการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง

  • 7

    ผู้ที่ต้องการรักษาแบบที่เจ็บตัวน้อย

  • 8

    ผู้ที่อยากใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ อยากเล่นกีฬา เช่น กอล์ฟ แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีอาการปวดเอวปวดขา

※ผู้สูงอายุ (ที่มีอายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป) ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้

ข้อดีของการรักษาแบบ DST

  • ปรับปรุงหน้าที่การทำงานในการกันกระแทกของหมอนรองกระดูกสันหลัง

    DST สามารถรักษาอาการปวดหลังส่วนล่างได้หลากหลายอาการโดยปรับปรุงหน้าที่การทำงานของหมอนรองกระดูกสันหลังที่แตกเสียหายเนื่องจากอายุเยอะ สูญเสียน้ำและการใช้งานหนักมากเกินไป

  • การรักษาแบบผู้ป่วยนอกที่เจ็บตัวน้อย

    ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 25 นาที หลังรักษาประมาณ 30 นาที สามารถเดินได้ โดยรวมประมาณ 60 นาที ก็สามารถกลับบ้านได้

  • การรักษาแบบใหม่ที่ไม่ต้องผ่าตัด

    DST คือการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังหรือผู้ที่เคยผ่าตัดเชื่อมข้อมาแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น

วัตถุประสงค์ของการรักษาด้วยวิธี DST

วัตถุประสงค์ของการรักษาด้วยวิธี DST คือ การแก้ไขอาการปวดหลังส่วนล่างและความผิดปกติของเส้นประสาทให้ดีขึ้นโดยซ่อมแซมและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกสันหลังที่ได้รับความเสียหายอันเป็นสาเหตุหลักของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบและกระดูกสันหลังเสียรูป

การรักษาความเสียหายของหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยวิธีการรักษาแบบ DST

หลังจากใช้ยาชาเฉพาะที่แล้ว แพทย์จะสอดเข็ม(Paracentesi)ขนาด 0.8 มิลลิเมตรเข้าไปในหมอนรองกระดูกสันหลัง ในขั้นตอนนี้มีการใช้เครื่องเอ็กซเรย์ฟลูออโรสโคปเพื่อตรวจสอบตำแหน่งเข็มร่วมด้วยจึงมีความเป็นไปได้น้อยที่จะสร้างความเสียหายต่อเส้นประสาท

  • The intervertebral disc

    หมอนรองกระดูกสันหลังที่แตกเสียหาย

  • The intervertebral disc

    สอดเข็มลงในหมอนรองกระดูกสันหลังที่แตกและฉีดตัวยาเข้าไป ※ผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ยามีน้อยมาก

  • The intervertebral disc

    หมอนรองกระดูกสันหลังได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟู

  • เห็นภาพความเสียหายของหมอนรองกระดูกสันหลังได้ชัดเจนจากการตรวจสอบด้วยสารทึบรังสี

  • ฉีดยาเข้าไปในส่วนที่หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดความเสียหาย

  • ผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ยาเกิดขึ้นได้น้อยมาก

  • ภาพความเปลี่ยนแปลงหลังการรักษา

เวลาในการรักษาและปัญหาหลังการรักษา

เวลาที่ใช้ในการรักษา:
ประมาณ 25 นาที

หลังเข้ารับการรักษา 30 นาที ก็สามารถเดินได้ (แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) หลัง 60 นาที สามารถกลับบ้านได้ สำหรับการนั่งทำงานหรือกิจกรรมเบาๆ สามารถทำได้ในวันถัดไป แต่การเล่นกีฬาหรือใช้แรงงานหนักจำเป็นต้องหยุดพักไว้ประมาณหนึ่งเดือนและหลังรักษาประมาณสองสัปดาห์อาจจะมีอาการแย่ลงชั่วคราว

ปัญหาหลังการรักษา
การคาดหวังผลการรักษาต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เหตุผลที่ใช้เวลานานเป็นไปได้ว่าเนื่องจากในหมอนรองกระดูกไม่มีหลอดเลือด ปัจจัยการจริญเติบโตที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมหมอนรองกระดูกจึงถูกชดเชยขึ้นด้วยการซึมผ่านช้าๆจากกระดูก นอกจากนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการแนะนำให้นักกีฬาทำ DST ปีละครั้ง เพราะถ้าใช้ร่างกายหนักๆก็จะทำให้เกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกขึ้นมาใหม่ได้ แต่หากเป็นกีฬาที่เล่นในระดับทั่วๆไปจะไม่มีปัญหาใดๆ
เรื่องผลข้างเคียง

ความสูงที่เพิ่มขึ้นเป็นผลข้างเคียงหนึ่งของการรักษา กล่าวคือหมอนรองกระดูกสันหลังที่ยุบตัวจะถูกซ่อมแซมฟื้นฟูทำให้กลับมามีขนาดความสูงเท่าเดิม ดังนั้นผลข้างเคียงที่ว่าความสูงเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากหมอนรองกระดูกที่เกิดการยุบตัวมีความหนาเพิ่มขึ้นจึงไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ไม่ดี

การป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง

วิธี DST สามารถซ่อมแซมหมอนรองกระดูกได้และยังเป็นการป้องกันโรคต่างๆ ที่เกิดจากหมอนรองกระดูกได้อีกด้วย เช่น โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ แม้ว่าผลจากเครื่อง MRI หรือ เครื่อง X-Ray จะไม่ได้บ่งบอกถึงความเสื่อมของหมอนรองกระดูกหรือแสดงอาการอะไร แต่สามารถพิจารณาถึงความเสี่ยงและวิธีรักษาของอาการปวดหลังที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
ลองเข้ามาปรึกษาที่คลินิกของเราก่อนได้ เพราะคลินิกของเราจะทำการวินิจฉัยก่อนและตัดสินใจว่าจะใช้วิธี DST หรือ วิธีไหนรักษาอาการผู้ป่วย

หมอนรองกระดูกคืออะไร

หมอนรองกระดูกจะอยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง และทำหน้าที่เป็นหมอนรองรับกระดูกสันหลังด้านบนด้านล่าง หมอนรองกระดูกมีลักษณะเป็นวงกลม มีขอบเป็นพังผืดประกอบไปด้วยเส้นใยประสานกัน ส่วนภายในจะมีสารน้ำ (คล้ายเจล) อยู่ หมอนรองกระดูกนี้มีปริมาณน้ำสูงมาก ทำให้กระดูกสันหลังส่วนบนและส่วนล่างมีความยืดหยุ่น เป็นตัวรับและกระจายน้ำหนัก และลดแรงกระแทกได้
ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้ร่างการงอตัวหรือแอ่นตัวได้ และทำให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ได้
เมื่อหมอนรองกระดูกไหลออกมากระทบกับเส้นประสาทก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังส่วนล่างหรืออาการปวดตามเส้นประสาทไซอาติกได้

ทำไมต้องรักษาหมอนรองกระดูก

โรคจากอาการปวดหลังส่วนล่าง เช่น โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ หรือ โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน ล้วนเกิดมาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูก
ความเสียหายของหมอนรองกระดูกนั้นเกิดจากการเล่นกีฬาอย่างรุนแรง หรือ อายุที่มากขึ้น จึงทำให้การทำงานของหมอนรองกระดูกลดลง และเป็นสาเหตุของอาการปวดและชา
ทางคลินิกเราเชื่อว่าจะรักษาหมอนรองกระดูก และสามารถบรรเทาสาเหตุและอาการปวดหลังได้
ไม่ว่าจะเป็นวิธีรักษาแบบ PLDD วิธีรักษาแบบ PODD วิธีรักษาแบบไฮบริดเลเซอร์ วิธีรักษาแบบ PIDD วิธีรักษาแบบ DST ทุกวิธีสามารถรักษาหมอนรองกระดูกได้
วิธีรักษาแบบ DST เป็นการรักษาขั้นพื้นฐานและเป็นการรักษาที่สามารถซ่อมแซม และสร้างหมอนกระดูกขึ้นมาใหม่ได้

ลำดับขั้นตอนการเข้ารับการรักษา

  • InquiryInquiry
    1

    การติดต่อสอบถาม

    คลินิกเราเป็นระบบการนัดหมายเท่านั้น ดังนั้นกรุณาโทรมาสอบถามเพื่อทำการนัดหมายก่อนที่ท่านจะเดินทางมาที่คลินิกและหากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆเพิ่มเติม โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา

  • Remote Image Diagnostic ServiceRemote Image Diagnostic Service
    2

    บริการวินิจฉัยฟรีด้วยภาพ

    หากท่านส่งต่อภาพ MRI ที่เคยตรวจทีโรงพยาบาลอื่น (ไม่เกินสามเดือน) มาให้เรา เราสามารถให้คำปรึกษาฟรีว่าผู้ป่วยนั้นสามารถเข้ารับการรักษาที่คลินิกเราได้หรือไม่ กรณีที่ท่านอยู่ใกล้คลินิกและต้องการเข้ารับการตรวจ MRIและ X-ray ที่คลินิก ท่านสามารถโทรหาเราเพื่อทำการนัดหมายได้

  • Choose Operation DateChoose Operation Date
    3

    เลือกวันทำการรักษา

    หากผลการวินิจฉัยยืนยันว่าท่านสามารถเข้ารับการรักษาที่คลินิกเราได้ ท่านสามารถดำเนินการต่อโดยการนัดวันทำการรักษา

  • Travel PreparationsTravel Preparations
    4

    การเตรียมตัวเดินทาง

    การรักษาของคลินิกเราสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลหลายวัน ดังนั้นท่านสามารถเดินทางมารักษาที่ประเทศญี่ปุ่นได้ในฐานะวีซ่านักท่องเที่ยว ทั้งนี้กรุณาจัดเตรียมเรื่องตั๋วการเดินทางและที่พักให้เรียบร้อย

  • Pre-treatment ConsultationPre-treatment Consultation
    5

    การตรวจก่อนเข้ารับการรักษา

    เมื่อท่านเดินทางมาถึงคลินิกแล้วจะต้องทำการตรวจ MRI・เอ็กซเรย์และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อฟังคำอธิบายเกี่ยวกับโรคและวิธีการรักษาที่เหมาะสม

  • TreatmentTreatment
    6

    การรักษา

    การรักษาจะดำเนินการภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่และใช้เวลาประมาณ 15-60 นาที ขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาและจำนวนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ทำการรักษา

  • Same-Day DischargeSame-Day Discharge
    7

    การเดินทางกลับบ้าน

    หลังเข้ารับการรักษาจะต้องนอนพักประมาณ 30 นาที -1 ชั่วโมงและเข้ารับการตรวจอีกครั้ง จากนั้นสามารถเดินทางกลับบ้านได้

  • 8

    การติดตามผลหลังการรักษา

    เราจะติดต่อท่านเป็นระยะเพื่อติดตามอาการ หากท่านมีคำถามหรือข้อสงสัยกรุณาติดต่อมาหาเรา

อัตราค่ารักษาของวิธี DST

จำนวนจุดที่ทำการรักษา 1จุด 2จุด 3จุด 4จุด 5จุด
อัตราค่ารักษา 1,320,000 Japanese Yen (JPY) 1,430,000 Japanese Yen (JPY) 1,540,000 Japanese Yen (JPY) 1,650,000 Japanese Yen (JPY) 1,760,000 Japanese Yen (JPY)
หมายเหตุ
※สำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาที่คลินิกของเราค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการตรวจวินิจฉัยและ MRIหรือการทดสอบอื่นๆ จะรวมอยู่อัตราค่ารักษาข้างต้น
※จ่ายค่ารักษากึ่งหนึ่งของค่ารักษาเต็ม หากทำการรักษาซ้ำอีกครั้งภายใน 3 ปีหลังการรักษา
※อัตราค่ารักษาข้างต้นยังไม่รวมภาษี
※วิธีการรักษานี้ไม่สามารถใช้ประกันสังคมได้ ดังนั้นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
※การชำระค่ารักษากรุณาชำระในวันที่เข้ารับการรักษาและสามารถชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตประเภท Visa, Master, Union Pay
※หากมีความต้องการทำกายภาพบำบัด (บำบัดอาการปวดหลัง) สามารถโอนค่าใช้จ่ายผ่านทางธนาคารได้
※สามารถขอคืนภาษีได้สำหรับผู้ที่ทำเรื่องขอคืนภาษีค่ารักษา

คำถามและคำตอบเกี่ยวกับการรักษาแบบ DST

  • question

    ความแตกต่างของอัตราการเกิดซ้ำสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกของคลินิกเราเทียบกับการผ่าตัดเป็นอย่างไร?

    answer

    การผ่าตัดที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี คศ.1960 เป็นการตัดส่วนที่ผิดปกติ เช่น กระดูกที่ผิดรูปหรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทออกแล้วทำการเชื่อมยึดติดไว้ แต่สกรูนั้นอาจจะสร้างความเสียหายให้กับกระดูกส่วนอื่นอีกทั้งไม่ใช่วิธีการรักษาที่ต้นเหตุ ดังนั้นจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำอีกหรือมีอาการปวดหลังแบบใหม่ๆเกิดขึ้น
    ด้วยเหตุนี้ในปี คศ.1980 จึงมีความจำเป็นมากขึ้นที่จะต้องรักษาที่ต้นเหตุและคลินิกของเราก็ได้เริ่มต้นทำการรักษาหมอนรองกระดูกนี้ ปัจจุบันการรักษาแบบปลูกถ่ายเซลล์และ DST มีวิวัฒนาการมาก โดยเฉพาะ DST ที่ยอมรับกันว่าสามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกสันหลังได้และไม่ใช่เพียงแค่ทำให้อาการดีขึ้น แต่เป็นการลดอัตราการเกิดซ้ำได้อีกด้วย

  • question

    หลังการรักษาด้วยวิธี DST สามารถเล่นกีฬาได้มากน้อยเพียงใด?

    answer

    สามารถเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกได้ แต่หากเป็นนักกีฬาก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ทำ DST ปีละครั้ง

  • question

    ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธี DST จะมีความสูงเพิ่มขึ้นหรือไม่?

    answer

    อัตราการเกิดผลข้างเคียงจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ด้วยเหตุผลนี้จึงเกิดความแตกต่างตามสภาพของหมอนรองกระดูกสันหลัง กล่าวคือกรณีที่หมอนรองกระดูกยุบตัวหรือเสียหายมากๆ เมื่อได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูก็จะเกิดผลข้างเคียงที่ว่าความสูงเพิ่มขึ้นนี้ได้ง่าย

  • question

    ทราบมาว่ามีบางกรณีที่หลังจากรักษาด้วยวิธี DST จะมีอาการปวดหลังส่วนล่างแย่ลงชั่วคราว อยากทราบว่านานแค่ไหน?

    answer

    กรณีที่ปริมาณหมอนรองกระดูกสันหลังเพิ่มขึ้นในทันทีจะมีอาการปวดหลังส่วนล่างเกิดขึ้นพร้อมกับผลข้างเคียงเรื่องความสูงที่เพิ่มขึ้น เหตุผลที่มีอาการปวดเกิดขึ้นเพราะว่าเส้นเอ็นของกระดูกสันหลังที่หดตัวได้มีการขยายตัวขึ้น ระยะเวลาที่มีอาการอยู่ที่ประมาณสองสัปดาห์ หลังจากนั้นอาการปวดจะหายไป

  • question

    หลังเข้ารับการรักษาด้วยวิธี DST สามารถไปทำกายภาพฟื้นฟู เข้าโรงยิม นวดและจัดกระดูกได้หรือไม่?

    answer

    หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

  • question

    จำนวนจุดที่จะทำการรักษาด้วยวิธี DST มีการกำหนดอย่างไร?

    answer

    เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าหมอนรองกระดูกสันหลังอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้นแม้ในตำแหน่งที่ไม่พบความผิดปกติจากการตรวจ MRI แพทย์จึงจะตรวจเช็ครอยแตกร้าวก่อนทำการรักษาแล้วกำหนดตำแหน่งที่จะรักษา
    หากหมอนรองกระดูกสันหลังเกิดการบาดเจ็บหรือมีความเสียหาย สารน้ำข้างในก็จะรั่วไหลออกมาจากส่วนที่เกิดความเสียหายนั้นและทำให้เส้นประสาทเกิดการอักเสบอันนำไปสู่สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง ดังนั้นแพทย์จะใช้สารทึบรังสีตรวจสอบสภาพของหมอนรองกระดูกสันหลังทั้งหมดที่สงสัยว่ามึความผิดปกติ เมื่อตรวจสอบความผิดปกติได้อย่างชัดเจนแล้วจะกำหนดจำนวนตำแหน่งที่จะทำการรักษา

  • question

    ทำไม DST จึงเหมาะกับผู้ที่อาการไม่ดีขึ้นแม้เคยผ่าตัดโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทมาแล้ว?

    answer

    การผ่าตัดรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทเป็นการกำจัดส่วนที่ยื่นออกมา แต่หมอนรองกระดูกที่ได้รับความเสียหายยังถูกปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้น ด้วยเหตุนี้สารน้ำ (Nucleus pulposus)ที่อยู่ข้างในจึงเกิดการรั่วไหลออกมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณที่เกิดความเสียหายใหม่อีกและเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง การรักษาแบบ DST สามารถยับยั้งการรั่วไหลของสารน้ำได้ด้วยการรักษาบริเวณที่เกิดความเสียหายของหมอนรองกระดูกสันหลัง

  • question

    หากตัวยาที่ฉีดเข้าไปสัมผัสโดนกับเส้นประสาทจะมีปัญหาหรือไม่?

    answer

    ตัวยาที่ใช้ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือทำให้อักเสบจึงไม่มีผลกระทบกับเส้นประสาท เราทำการรักษาคนไข้มากว่า 2,000 ราย ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความเสียหายต่อเส้นประสาท

  • question

    DST สามารถรักษาโรคกระดูกสันหลังคดได้หรือไม่?

    answer

    หากกระดูกสันหลังคดในระดับที่ไม่รุนแรงก็สามารถรักษาด้วยวิธี DST ได้ แต่ถ้าเป็นระดับที่รุนแรงการรักษาก็เป็นไปได้ยาก ทั้งนี้เราสามารถพิจารณาได้ว่ารักษาได้หรือไม่จากการดูภาพรังสีวินิจฉัย X-Ray หรือ MRI

  • question

    การรักษาหมอนรองกระดูกมีวิธีอะไรบ้าง

    answer

    สำหรับขั้นตอนแบบผ่าตัด มีทั้งการผ่าตัดเพื่อเอาหมอนรองกระดูกออก และ การผ่าตัดเชื่อมกระดูก
    แต่ไม่สามารถรักษาหมอนรองกระดูกให้หายขาดได้ และมีโอกาสกลับมาเป็นอีก

  • question

    ในการรักษาที่คลินิกรักษาอาการปวดหลังนานาชาติ ILC นั้นต้องนอนพักที่คลินิกประมาณกี่วัน

    answer

    สามารถกลับบ้านได้เลยหลังรับการรักษา โดยไม่ต้องนอนพักที่คลินิก

  • question

    หมอนรองกระดูกจะหายไปเลยไหม

    answer

    หายไป แต่จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน
    เมื่อเวลาผ่านไป กลไกของหมอนรองกระดูกจะเสื่อมสภาพ และจะแข็งตัวเนื่องจากขาดความยืดหยุ่น ในบางกรณีกระดูกสันหลังส่วนบนและส่วนล่างจะชนติดกันเนื่องจากการสึกหรอ

  • question

    มีวิธีอื่นนอกจากวิธีผ่าตัดไหม

    answer

    มี ก่อนการผ่าตัดจะใช้วิธีการรักษาแบบประคับประคองไปก่อน
    มีการจ่ายยาและชี้แนะวิธีออกกำลังกาย ซึ่งเป็นวิธีบรรเทาอาการปวด
    แต่ไม่สามารถรักษาหมอนรองกระดูกได้ หากต้องการรักษาถึงส่วนที่เกิดอาการจึงต้องใช้วิธีการผ่าตัดรักษา

  • question

    เรื่องที่ต้องระวังเมื่อมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง

    answer

    ควรเลี่ยงการยกของหนักๆ การเลี่ยงท่าทางที่ต้องใช้หลังส่วนล่างหรือสะโพก

ภาพรวมวิธีการรักษา

  • วิธีการรักษาแบบ DST (Discseel™)

    การรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2010 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา วิธีนี้สามารถรักษาโรคได้หลายหลายประเภทรวมถึงผู้ป่วยที่มีปัญหาหลังการผ่าตัดด้วยและเป็นเพียงวิธีเดียวที่สามารถ “ ซ่อมแซมและฟื้นฟูหมอนรองกระดูกสันหลัง ” ได้

    รายละเอียดคลิกที่นี่
  • วิธีการรักษาแบบ PIDD (Implant)

    การรักษาแบบปลูกฝังเข้าไปในหมอนรองกระดูกสันหลังที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 2000 ประสิทธิภาพที่ได้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหมอนรองกระดูกสันหลังเช่นเดียวกับวิธีแบบ PLDD วิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทเท่านั้น

    รายละเอียดคลิกที่นี่
  • วิธีการรักษาแบบ ไฮบริดเลเซอร์

    การรักษาที่รวมข้อดีของวิธีการรักษาแบบ PLDD และ PODD เข้าด้วยกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทเท่านั้น

    รายละเอียดคลิกที่นี่
  • วิธีการรักษาแบบ PODD (โอโซน)

    การรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยโอโซนที่ใช้รักษากันอย่างแพร่หลายในแถบยุโรปตั้งแต่ปี 1990 วิธีนี้สามารถรักษาโรคได้หลากหลายประเภท

    รายละเอียดคลิกที่นี่
  • วิธีการรักษาแบบ PLDD (เลเซอร์)

    การรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยเลเซอร์แบบผู้ป่วยนอกเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1980 และเป็นวิธีการรักษาหลักๆที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น วิธีนี้เหมาะสำหรับการรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทเท่านั้น

    รายละเอียดคลิกที่นี่